วันนี้มีเรื่องจะเล่าให้ฟังครับ...
เมื่อเช้าตื่นมาพร้อมกับความงง เพราะว่าลืมตามา ..อ่าว มันไม่ใช่ห้องเรานี่ รวบรวมสติสักพักก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนต้องย้ายจากห้องที่อยู่ประจำ มาอยู่ห้องรุ่นพี่อีกคน ..เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน อืม.. ครับ เกิดมาเพิ่งเคยรู้สึกถูกคุกคามขนาดนี้ รู้สึกเหมือนว่าชีวิตไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว...
เมื่อคืนก่อน ผมเพิ่งกลับมาจากส่งงานที่มหาลัย ด้วยอารมณ์เหนื่อยและเพลียมากเพราะไม่ได้นอน ก็เลยกลับมาหลับที่ห้อง ห้องที่ผมอยู่ก็เป็นคอนโดสภาพค่อนข้างเสื่อมโทรม เพราะมันอยู่ในซอยลึกมาก และนิติฯ ของอาคารก็ดูแลทรัพย์สินของตัวเองไม่ได้ดีสักเท่าไร ผมกับพวกพี่ๆ ที่อยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกัน ก็พักอยู่ห้องชั้นบนครับ และเมื่อไม่นานมานี้พวกรุ่นพี่ก็เช่าห้องแถวข้างล่างเพื่อทำสำนักงานครับ หลังจา่กตกแต่งกันเป็นเกือบเดือน หมดเงินกันไปหลายหมื่น วันนี้.... ผมไม่คิดเลยว่าทุกอย่างที่ทำมา ออฟฟิชของเรา ที่ๆ เราควรจะอยู่ด้วยความรู้สึกปลอดภัย ทำงานอย่างมีความสุข มันจะกลายเป็นความหวาดระแวง เพียงชั่วข้ามคืน
หลังจากที่ผมตื่นจากงีบ ประมาณ 5 ทุ่ม โทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น รุ่นพี่ผมน่ะเอง พวกนั้นถึงที่นี่ได้พักนึงแล้ว ระหว่างที่ผมหลับไป ก็โทรมาชวนผมลงไปกินข้าวกินปลา ผมลงไปก็ไม่ได้คุยหรือเล่นกับพวกพี่เขาเท่าไร เพราะว่ายังเหนื่อยอยู่ครับ ก็เลยลงๆ ไปกินอย่างเดียว แล้วก็ขึ้นมาบนห้องพัก คิดว่าจะอาบน้ำให้สะบายตัวหน่อย ระหว่างที่กำลังจะเข้าห้องน้ำ พี่ผมก็โทรมาบอกว่า 'อย่าลงมานะ ข้างล่างมีเรื่อง อย่าลงมาเด็ดขาด' ผมก็ใจไม่ดีแล้ว และคิดในใจว่าคงเป็นพวกวัยรุ่นที่ชอบมาสุมกันตั้งวงกินเหล้าอยู่หน้าคอนโดแน่ๆ ผมตัดสินใจอยู่ประมาณ 5 นาที ว่าจะทำยังไงดี ข้างล่างมันมีกี่คน แจ้งตำรวจดีไหม หรือว่าจะวิ่งไปบอกยาม จะลงไปดี หรือไม่ลงไปดี...... ผมอาจจะขี้ขลาดก็ได้ ที่ไม่ตัดสินใจลงไปทันที ทั้งๆ ที่พวกพี่ๆ กำลังเจอปัญหาอยู่
ผมตัดสินใจแล้ว เอาล่ะเป็นไงเป็นกัน เราจะมาห่วงตัวเราเองอยู่บนนี้ไม่ได้ ยังไงก็ต้องลงไป พอลงมาถึงด้านล่าง ผมก็เห็นรถบรรทุกของตำรวจวิ่งผ่านหน้าไป จอดเทียบตรงหน้าออฟฟิชของเรา ..พวกมันไปหมดแล้วครับ ตำรวจจับไม่ได้ซึ่งๆ หน้า มันเห็นรถตำรวจวิ่งเข้ามา มันก็หนีไปหมดแล้ว.. พวกพี่ๆ หลบอยู่ข้างในออฟฟิชแล้วดึงบานประตูเหล็กลงมา มันคงมากันเป็นสิบๆ แน่ๆ รถของเพื่อนผมจอดอยู่ข้างหน้า ถูกมันรุมตีจนเป็นรอยประมาณนึง กระจกหน้าออฟฟิชมีรอยมือรอยเท้า เหมือนพวกนั้นพยายามจะทุบจะพังเข้าไปข้างใน แล้วพี่ผมคนนึงก็ออกมาเล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ผมจำรายละเอียดอะไรไม่ได้มากหรอกครับ เพราะพวกมันไร้เหตุผลมาก รู้อย่างหนึ่งว่าพี่ผมคนนึงซึ่งผมเคารพมาก ถูกหนึ่งในพวกมันเดินๆ เข้ามาตบเข้าที่หน้า ทั้งๆ ที่พี่ผมไม่ได้พูด หรือทำ หรืออะไร ให้มันเลย หลังจากที่ตำรวจมา ซักพักก็มีวัยรุ่นคนนึง เดินอาดๆ เข้ามาจากปากทางเข้าคอนโด ท่าทางเมาๆ ไม่ใส่เสื้อ สักลายเต็มตัว (เท่าที่ดู ลายสักเป็นของปลอมทั้งนั้น สักไว้อย่างงั้น ไม่ได้ปลุก ไม่ได้เสก) มันเข้ามาทำท่าจะเดินผ่านไป ตำรวจก็รู้สึกว่ามันมีพิรุธ ก็เลยเรียก+ลากตัวเข้ามาสอบสวน หน้าออฟฟิช มันเนี่ยล่ะครับ เป็นคนเดินเข้ามาตบหน้าพี่ผม พี่ผมก็ให้การ ตำรวจก็เลยรวบตัว จับมันใส่กุญแจมือไพล่หลัง ผมอยากจะอัดหน้ามันซะตรงนั้น ตอนที่้มันโวยวายว่า 'เออๆ จับกูเลย เอาเลย อยากนอนคุกมานานแล้ว' เสร็จแล้วพวกเราทั้งหมดก็ไป สน. ครับ ซึ่งใกล้ที่สุดก็คือที่ตลิ่งชัน ตอนแรกผมจะอยู่ดูที่นี่ แต่พวกพี่ก็บอกว่ามันไม่ปลอดภัยที่จะอยู่คนเดียว พวกนั้นอาจจะกลับมาอีกเมื่อไรก็ได้ แล้วตอนที่มันมา ผมแทบไม่เชื่อที่พี่ๆ เขาเล่า มันเรียกพวกมากันเป็นยี่สิบสามสิบคน บางคนถือไม้ อีกคนสองคนมีปืน!! ถ้าตำรวจมาช้ากว่านี้ (ซึ่งนี่ก็ช้าไปตั้งเกือบครึ่งชั่วโมง) ผมไม่อยากจะคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น
มาถึง สน. ก็สอบปากคำกันนาน นานมากทีเดียว ไอ้เด็กคนนั้นมันก็ให้การไม่ตรงความจริง มันบอกว่ามันทำคนเดียว มันทำร้ายร่างกายพี่ผมอย่างเดียว ส่วนทุบรถ พยายามจะบุกเข้าออฟฟิชพวกผม มันไม่ยอมรับ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าอีกสองสามวัน ถ้าตรวจกล้องวงจรปิดแล้ว เจอมันกำลังทำอย่างที่มันปฏิเสธกับตำรวจอยู่ในกล้อง มันจะทำหน้ายังไง สอบกันไปพักนึง พ่อกับน้องของมันก็มาที่โรงพัก น้องมันเป็นเด็กดีมาก หัวอ่อน ไม่เอาเรื่องเอาราวกับใคร ผิดกับพี่มันที่กวนส้นตลอดแม้แต่กับตำรวจ พ่อมันก็ขอกับพี่ผม ว่าอย่าเอาเรื่องเอาราวกันถึงโรงศาลเลย ขอให้ปรับ แล้วก็จบในคืนนี้เถอะ ผมก็ไม่ยอมนะ แบบนี้เป็นใครก็อ้างได้สิว่ากินเหล้าเยอะไป แล้วเมา ไม่รู้ตัว เลยไปตีหัว ไปตบหน้า ไปฆ่าชาวบ้านเขาตาย ไม่รู้เลี้ยงลูกประสาอะไร ปล่อยให้โตมาไร้หัวคิดขนาดนี้ ไม่ได้ว่าเรื่องการศึกษาหรืออะไรนะครับ พวกผมหรือคุณๆ อีกหลายคน ร่ำเรียนวิชาความรู้มาเกือบเลือดกระอัก หมดเงินไปเป็นแสนๆ บางคนเป็นหลายล้านบาท ที่พ่อแม่ต้องจ่าย กว่าจะเรียนจบ แต่ต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงกับไอ้พวกที่กินเหล้าแล้วเมาหาเรื่องระรานชาวบ้านแบบนี้ เป็นผมเป็นคุณเป็นใคร ก็ไม่อยากตายเพราะโดนไอ้กุ๊ยขี้เมาที่ไม่เคยคิดถึงอนาคตตัวเอง มาหาเรื่องพยายามฆ่าแบบนี้
ผมเองก็เป็นคนกินเหล้า ผมกินเยอะ เยอะกว่าพวกมันกิน 3 วัน 4 วันรวมกันเสียอีก กินเหล้ามาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง กินหนัก โซดาแทบไม่ต้องใส่ เพราะผมไม่ชอบ ผมไม่เคยไปทำให้ใครเดือดร้อนหรือไปฆ่าใครตายซักคน จะเดือดร้อนก็มีแต่เพื่อนผมเอง ที่มันต้องหิ้วปีกผมกลับหอไปนอน แต่ผมไม่เคยกร่างไปหาเรื่องใคร
ผมเองก็โกรธเหมือนกันที่กฏหมายบ้านเราทำไมมันไม่เด็ดขาดได้ขนาดนี้ ส่งตัวผู้ต้องหาถึง สน. พยานอีกเป็นสิบ แต่บอกมาได้ "ผมไม่ได้จับได้ซึ่งๆ หน้าผมนี่ จะได้ตัดสินได้เลยว่าเขาผิดจริง" ไหนจะเรื่องความปลอดภัยของเราอีกล่ะ ถ้าเผื่อมันพาพวกมันมาพังออฟฟิชเราอีกรอบล่ะจะทำยังไง "ถ้ามันมาอีก คุณก็โทรเรียกตำรวจอีกแล้วกัน เราก็จะไปดูให้" ตายห่าน แบบนี้พวกผมไม่โดนยิงตายกันไปคนละสองสามรอบก่อนหรือ? ขนาดแจ้งตอนเกิดเหตุ ตำรวจยังมาช้าขนาดนี้ ทำไมตำรวจไทยทำงานอย่างกับพนักงานกินเงินเดือนแบบนี้ล่ะ? ขนาดรับเรื่องขนาดแจ้งความ ขนาดขอความช่วยเหลือยังห่วงตัวเอง ปกป้องเก้าอี้ตัวเองขนาดนี้ ถ้าไม่ใจกันจริงๆ ก็อย่ามาเป็นตำรวจสิ ไปทำงานเป็นพนักงานบัญชี เปิดเซเว่น ขายประกัน อาชีพสุจริตยังมีอีกตั้งเยอะ ....ถ้าไว้ใจตำรวจไม่ได้ พึ่งพาตำรวจไม่ได้ แล้วเราจะไปพึ่งใคร? หรือบ้านเมืองเรามันเป็นเมืองเถื่อนไปแล้ว?
สุดท้ายตำรวจก็ปรับเงินพ่อมันไปพันบาท กับจะขังมันไว้ที่ สน. อีกหนึ่งคืน แต่พ่อมันก็ขออีกว่าให้ลูกมันกลับบ้านเหอะ ให้ไอ้เวรนั่นมันกลับบ้าน? มันไม่ได้สำนึกเลยด้วยซ้ำว่ามันทำผิด มันทำพ่อมันเสียใจ ทำคนอื่นเดือดร้อนแค่ไหนถ้าผมมี deathNote แล้วเขียนชื่อได้ 1 ชื่อ ผมจะเขียนชื่อมันอย่างไม่ลังเลเลย ถึงไม่รู้จักชื่อมันผมก็ยอมแลกดวงตายมฑูตมาดูชื่อไอ้เวรนั่น แล้วเขียนให้มันตายอย่างทรมานที่สุดอัดแน่นให้เต็มทุกบรรทัด
วันนี้เหตุการณ์สงบลงแล้ว ..ผมรอรถเมลล์เพื่อกลับไปที่คอนโดอีกครั้ง ผมไม่ย้ายไปไหน ผมไม่กลัวไอ้พวกนั้น กับคนที่สันดานเสียคอยแต่ทำกร่างอยู่หลังพรรคพวก ผมมาอยู่ที่นี่ ผมไม่เคยทำร้ายใคร ไม่ิเคยทำให้ใครเดือดร้อน เพราะฉนั้น ไม่มีอะไรที่ผมจะต้องกลัว ...
บางทีพวกเราอาจจะมาอยู่ผิดที่ผิดทาง แต่เราก็มีสิทธิที่จะใช้ชีวิตของเราแบบนี้ั เราจะไม่ปล่อยให้ไอ้กุ๊ยแค่ 20-30 คน ที่ดีแต่ลากไม้ถือปืนเดินกร่าง มาทำให้เรากลัวที่อยู่ในที่ของเราเอง เรามีชีวิตของเรา และเราจะกำหนดมันเอง..
จะระวังตัวนะครับ